นักเรียนกำลังวางแผนการเรียนรายบุคคลกับครู EFL i-High School

ศูนย์การเรียน EFL
i-High School
เชียงใหม่

มัธยมรายบุคคล Personalised 1:1 สำหรับ ม.1–ม.6

ศูนย์การเรียน EFL (Education for Future Learning) หรือ EFL i-High School เป็นการศึกษา”ทางเลือกใหม่” ระดับมัธยมศึกษาปีที่1–6 ภายใต้การกำกับของ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการด้วยแนวทาง Personalised Learning ที่ออกแบบแผนการเรียนมัธยมรายบุคคล (Individualised High School Plan - ISHP) โอบรับสมรรถนะของนักเรียนรอบด้าน ทั้งจากการเรียนรู้ตามอัธยาศัยจาก ติวเตอร์ ดนตรี กีฬา ภาษาเกมส์ โปรแกรมมิ่ง ศิลปะ หรือไม่ว่านักเรียนจะมีพื้นความรู้เดิมจากหลักสูตรไทยหรือนานาชาติ ก็สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้สะสมหน่วยกิต เพื่อวางเส้นทางสู่มหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยผ่าน TCAS และมหาวิทยาลัยระดับโลก UCAS ได้แบบไร้รอยต่อ

ม.1–6Individualised High School Education
Grade 7–12Personalised Education
IGCSE–A LevelsGlobal Opportunities
1 คน 1 เส้นทางOne Student. One Journey.

EFL: Education for Future Learning

Personalised Education. Global Opportunities.

Individualised High School Education (M.1-6 / Grade 7-12 / IGCSE - International A Levels)

One Student. One Journey. Unlimited Futures.

EFL i - High School คือโรงเรียนมัธยมทางเลือกใหม่ ในจังหวัดเชียงใหม่ ที่จัดการศึกษามัธยมศึกษาแบบรายบุคคล (Personalised Learning) ให้นักเรียนเรียนแบบสะสมหน่วยกิตจากสมรรถนะและความสามารถจริงของตัวเองได้ เลือกตารางเรียนของตนเอง เลือกรูปแบบการเรียนรู้ของตนเอง โอบรับนักเรียนจากทุกหลักสูตรไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรไทย หลักสูตรสองภาษา หลักสูตรนานาชาติ ด้วยเกณฑ์มาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการ และ มาตรฐานสากล ดำเนินงานในชื่อ “ศูนย์การเรียน EFL: Education for Future Learning” เป็นศูนย์การเรียนตามมาตรา 12 พ.ศ. 2547 ระดับมัธยมศึกษา รหัสสถานศึกษา 9850260054 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ (สพม.เชียงใหม่) ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึง 6 นักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนทางเลือกแห่งนี้มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับนักเรียนที่จบจากโรงเรียนมัธยมของกระทรวงศึกษาธิการทุกประการ สิ่งที่พิเศษเพิ่มขึ้นคือนักเรียนสามารถปรับแผนไปเป็นแผนหลักสูตรแห่งชาติอังกฤษ Pearson Edexcel เพื่อให้ได้วุฒิ International GCSE และ International A Level ได้ทันทีโดยไม่ต้องย้ายโรงเรียน หรือ หากมาจากหลักสูตรนานาชาติ แต่ต้องการปรับแผนเข้าหลักสูตรไทยเพื่อเตรียมเข้ามหาวิทยาลัยไทย ศูนย์การเรียนจะมี Supporting Plan เติมจุดแข็ง เสริมจุดอ่อน รายบุคคลจนนักเรียนถึงเป้าหมายอย่างได้อย่างที่ฝัน เราจะช่วยกันปั้นฝันลูกนักเรียนของเราทีละคน ทีละคน

ประเด็นการเปรียบเทียบ

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างศูนย์การเรียน มาตรา 12 และ โรงเรียนมัธยมสามัญปกติทั่วไป

เลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่อเปรียบเทียบข้อมูล

เปรียบเทียบศูนย์การเรียน EFL i-High School และโรงเรียนมัธยมสามัญปกติทั่วไป
ประเด็นการเปรียบเทียบโรงเรียนมัธยมสามัญปกติทั่วไปศูนย์การเรียน EFL i-High School
สถานะทางกฎหมายและวุฒิ

ได้วุฒิ ม.1–ม.6 กระทรวงศึกษาธิการ

เรียนต่อเนื่องได้วุฒิตั้งแต่ ม.1–ม.6 กระทรวงศึกษาธิการ และ สามารถปรับเส้นทางไป Pearson Edexcel (IGCSE / International A Level) หรือ GED ได้ตามเป้าหมาย โดย ไม่ต้องซ้ำชั้น ไม่ต้องเริ่มใหม่ และไม่ต้องย้ายโรงเรียน

รูปแบบและตารางเรียน

ใช้หลักสูตรและตารางเวลาเดียวกันสำหรับทุกคน (One-Size-Fits-All)

ออกแบบแผนการเรียนยืดหยุ่นเฉพาะบุคคล (Individualised High School Plan - IHSP) เน้นสมรรถนะ ของนักเรียน มากกว่าการเรียนซ้ำๆตามหนังสือเรียน

การสะสมหน่วยกิตจากนอกห้องเรียน

ยึดการเข้าเรียนและการสอบวัดผลภายในโรงเรียนเป็นหลัก

เปิดโอกาสให้นำผลการเรียนจากแล่งเรียนรู้ต่างๆ เช่น ติวเตอร์ที่สอนแล้วน้องเข้าใจดี สถาบันดนตรี สถาบันการเต้น การแสดง ชมรมกีฬา หรือประสบการณ์จริงมาสะสมเป็นหน่วยกิตได้ ผ่านคณะกรรมการประเมินเทียบโอนหน่วยกิตระดับสถานศึกษา

การสะสมหน่วยกิตจากสมรรถนะที่ได้มาตรฐานสากล

ผลสอบสากลใช้ยื่นมหาวิทยาลัยแยกจากเกรดในโรงเรียน

นำผลสอบสากล (IELTS, GED, SAT, IGCSE, A Level ฯลฯ) และผลงานแข่งขันมาแปลงเป็นหน่วยกิตได้

การจัดโครงสร้างรายวิชา
  • เรียนแยกรายวิชาตามตารางสอน มีความซ้ำซ้อนของเนื้อหา
  • เรียนแยกหลักสูตรไทย กับ นานาชาติ ไม่สามารถนำมาบูรณาการกันได้
  • บูรณาการวิชาที่มีสมรรถนะเกี่ยวข้องกัน (เช่น ภาษาไทย+สังคม+ประวัติศาสตร์) ให้ได้สมรรถนะตามหลักสูตรได้ใน รูปแบบที่หลากหลาย เช่น กิจกรรม โครงงาน วิจัย ฯลฯ
  • สามารถบูรณาการข้ามไปมา ระหว่างหลักสูตรไทย และ นานาชาติได้
โอกาสเข้ามหาวิทยาลัย

เข้าตามกรอบเวลาปกติของการจบชั้น ม.6

  • มีโอกาสได้รับการตอบรับเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ก่อนจบ ม.6
  • เลือก Pre-Degree กับมหาวิทยาลัยในประเทศอังกฤษ และ ไทย ได้
  • มีโอกาสสมัครได้ทั้งมหาวิทยาลัยไทยผ่านระบบ TCAS และ มหาวิทยาลัยชั้นนำต่างประเทศ ผ่านระบบ UCAS

“Your Dream University: The Keys to Success”

Personalised Learning ที่ศูนย์การเรียน EFL i-High School เริ่มต้นที่

Personalised Learning ที่ EFL i-High School ไม่ใช่แค่แนวคิดที่พูดถึงในเอกสารหลักสูตร แต่เป็นกระบวนการทำงานจริงที่มี 4 ขั้นตอนต่อเนื่องกัน ตั้งแต่วันแรกที่นักเรียนเข้ามา ไปจนถึงการทบทวนและปรับแผนระหว่างทาง เพื่อให้แผนการเรียนของนักเรียนแต่ละคนตรงกับตัวตนและเป้าหมายจริงของเขา ไม่ใช่แผนสำเร็จรูปที่ใช้เหมือนกันทุกคน

ชี้หรือแตะชิ้นสี เพื่ออ่านแต่ละขั้นตอน

One student. One journey.

4 ขั้นตอน
สู่อนาคตที่เป็นตัวเอง

เลือกขั้นตอนบนวงกลม
เพื่อดูแนวทางการเรียนรู้รายบุคคล

01

Step 1 — ทำความเข้าใจ ค้นหาตัวตนของผู้เรียนและค้นหาศักยภาพรายบุคคล เพื่อวางแผนปั้นฝันให้เป็นจริง (Self - Discovery)

ก่อนออกแบบ แผนการเรียนรู้รายบุคคล (Individualised Learning Plan) คณะกรรมการประเมิน (Assessment Committee) จะเริ่มจากการ ประเมินและทำความเข้าใจผู้เรียนอย่างรอบด้าน (Sefl - Discovery) เพื่อให้แผนการเรียนสะท้อนทั้งสิ่งที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว สิ่งที่ควรพัฒนา และเป้าหมายมหาวิทยาลัยที่ใฝ่ฝัน และ สาขาที่ต้องการเรียนเพื่อประกอบอาชีพที่อยากทำในอนาคต โดยพิจารณาจาก

  • ประวัติและพื้นฐานการศึกษาเดิม
  • ความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่มีอยู่
  • ผลการประเมินและหลักฐานการเรียนรู้
  • จุดแข็งและด้านที่ควรพัฒนา
  • Portfolio, Projects และผลงานที่ผ่านมา
  • ความสามารถและศักยภาพเฉพาะด้าน
  • รูปแบบการเรียนรู้และ Study Mindset
  • ความสนใจและความถนัด
  • เป้าหมายการศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัย
  • เป้าหมายด้านอาชีพและอนาคต

ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์ร่วมกัน ที่ศูนย์การเรียน EFL i-High School ไม่ได้เริ่มต้นที่“ควรเรียนวิชาอะไร?” แต่เริ่มจากการค้นหาตัวตน Self - Discovery ของนักเรียนก่อน ว่า “ตัวตนของน้องเป็นอย่างไร มีทรัพยากรอะไรอยู่แล้ว และ มีความฝันอะไร?” ก่อนออกแบบเส้นทางการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน.

02

Step 2 — ลงมือสะสมคะแนนที่ยอดเยี่ยม ตามที่มหาวิทยาลัยในฝันกำหนด ในรูปแบบการเรียนรู้ของนักเรียน (Make Great Scores)

พิจารณาว่า ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะอะไรอยู่แล้ว และ ต้องเพิ่มเติมอะไรให้น้องบ้าง จากการวิเคราะห์ Learning Gap เพื่อกำหนดเฉพาะสิ่งที่ผู้เรียนยังจำเป็นต้องเรียนรู้หรือพัฒนาเพิ่มเติม โดยไม่ต้องเรียนซ้ำในสิ่งที่มีความรู้หรือสมรรถนะเพียงพอแล้วไม่ใช่พิจารณาเพียงว่าเคยลงทะเบียนเรียนวิชาใดมาก่อน

ในขั้นตอนนี้คณะกรรมการประเมิน (Assessment Committee) จะตรวจสอบ Learning Evidence (หลักฐานการเรียนรู้) ของผู้เรียนจากทุกแหล่ง ทั้ง การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย รวมถึงกิจกรรมและประสบการณ์ตรง เพื่อประเมินว่าความรู้ ทักษะ หรือสมรรถนะใดสามารถ เทียบโอนและสะสมเป็นหน่วยกิตในระบบ Credit Bank ได้บ้าง

ตั้งแต่วันแรกของ EFL i-High School จะเป็นการปูทางการเข้าสู่มหาวิทยาลัย โดยเน้นการเรียนเพื่อให้ได้สมรรถนะสากล เช่น วิชาภาษาอังกฤษ ก็จะเป็นการเตรียมสอบ IELTS หรือ TOEFL หรือ SAT หรือ MCAT ตามข้อกำหนดการยื่นสมัครเข้าศึกษาต่อ University Admission ทันที การเรียนแบบ Personalised 1:1 ก็จะทำให้นักเรียนไม่ต้องกังวลเรื่องระดับของภาษาอังกฤษของตนเองกับเพื่อน

หลักสูตรของนักเรียนแต่ละคน iCurriculum จะได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ได้สมรรถนะที่ได้มาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ และ มาตรฐานสากล และ มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องตามความก้าวหน้าของนักเรียน

03

Step 3 — การพัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคม ส่งเสริมความเป็นเลิศด้านงานวิจัย นวัตกรรม ภาวะผู้นำ ประสบการณ์การฝึกงาน การทำงานเป็นทีม ผลงานระดับชาติ นานาชาติ ในกิจกรรมที่นักเรียนสนใจ เพื่อรวบรวมนำเสนอเป็น Portfolio เพื่อใช้ในการยื่นเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยในฝันของน้อง ในหลักสูตรของ EFL i-High School

gh School วิชาหลัก (Core Subjects) เรียนแบบ Personalised 1:1 เพื่อให้นักเรียนได้เรียนตามจังหวะ ความถนัด และรูปแบบการเรียนรู้ของตนเองอย่างเต็มที่ ขณะที่กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจะเน้น การเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่น ผ่านงานจิตอาสา งานวิจัยและนวัตกรรม ภาวะผู้นำ การฝึกงาน การทำงานเป็นทีม และกิจกรรมที่นักเรียนสนใจทั้งในระดับชาติและนานาชาติ เพื่อพัฒนาความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างประสบการณ์จริง และสะสมผลงานที่มีคุณค่าเป็น Portfolio สำหรับยื่นสมัครเข้ามหาวิทยาลัยเป้าหมาย

04

Step 4 — ติดตามความก้าวหน้าและปรับแผนการเรียนรู้รายบุคคล Progress Monitoring & Individualised Learning Plan Review

Individualised Learning Plan ไม่ใช่แผนการเรียนที่กำหนดตายตัวตั้งแต่วันแรก แต่เป็น แผนที่พัฒนาและปรับเปลี่ยนไปพร้อมกับผู้เรียน ทีมวิชาการจะติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมทบทวน Learning Evidence และหน่วยกิตที่สะสมในระบบ Credit Bank เป็นระยะ เพื่อประเมินว่าแผนการเรียนยังสอดคล้องกับศักยภาพ ความสนใจ และเป้าหมายในอนาคตของผู้เรียนหรือไม่

เมื่อผู้เรียนค้นพบความสนใจใหม่ เปลี่ยนเป้าหมายการศึกษาต่อ หรือมีหลักฐานการเรียนรู้และผลสอบเพิ่มเติม เช่น IELTS หรือ IGCSE ข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำกลับมาพิจารณาในระบบ Credit Bank และใช้ประกอบการปรับ Learning Plan และ Learning Pathway ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

ด้วยแนวทางนี้ เส้นทางการเรียนของ EFL i-High School จึงไม่ใช่แผนที่ถูกล็อกไว้ตั้งแต่วันแรก แต่เป็น เส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและเติบโตไปพร้อมกับผู้เรียนแต่ละคน (Flexible Education) เพื่อให้การเรียนรู้ในทุกช่วงเวลายังคงเชื่อมโยงกับตัวตน ศักยภาพ และเป้าหมายของผู้เรียนอย่างแท้จริง

Credit Bank

ระบบ Credit Bank (ธนาคารหน่วยกิต) ที่ EFL i-High School

แนวคิดธนาคารหน่วยกิตเป็นแนวทางที่ภาครัฐผลักดันในระดับประเทศเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเปิดให้ผู้เรียนนำผลการเรียนรู้และประสบการณ์จากการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย มาเทียบโอนเป็นหน่วยกิตสะสมได้ ส่วนใหญ่แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้ในระดับอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาเป็นหลัก EFL i-High School นำหลักการเดียวกันมาปรับใช้กับระดับมัธยมศึกษา ซึ่งยังไม่ใช่รูปแบบที่พบทั่วไปในโรงเรียนไทย

นักเรียนระดับมัธยมศึกษากำลังเรียนรู้ตามแผนรายบุคคล
แหล่งที่มาของหน่วยกิตที่นำมาสะสมได้

นักเรียนสามารถนำสมรรถนะที่เกิดจากการเรียนรู้นอกห้องเรียนมาสะสมเป็นหน่วยกิตได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา

1. Learning Outcomes

ผู้เรียนสามารถทำอะไรได้แล้ว?

พิจารณาผลลัพธ์จากการเรียนรู้ ไม่ใช่เพียงการผ่านเนื้อหา แต่รวมถึงความเข้าใจและความสามารถในการนำความรู้ไปใช้จริง

2. Competency

ผู้เรียนสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ได้หรือไม่?

ความรู้ที่มีคุณค่าคือความรู้ที่สามารถนำไปคิด วิเคราะห์ แก้ปัญหา สร้างผลงาน หรือใช้ในสถานการณ์จริงได้

3. Learning Evidence

มีหลักฐานอะไรที่สะท้อนการเรียนรู้นั้น?

หลักฐานการเรียนรู้สามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ เช่น ผลการเรียนเดิม ผลการประเมิน Portfolio, Project หรือผลงานที่แสดงถึงความสามารถของผู้เรียน

4. Credit Bank

การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นสามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางการศึกษาได้อย่างไร?

ระบบ Credit Bank ช่วยให้การวางแผนการศึกษาไม่ได้เริ่มต้นจากศูนย์เสมอไป แต่พิจารณาจากสิ่งที่ผู้เรียนมีอยู่แล้ว เพื่อออกแบบเส้นทางการเรียนที่เหมาะสมกับแต่ละคน

แหล่งที่มาของหน่วยกิตที่นำมาสะสมได้

นักเรียนสามารถนำสมรรถนะที่เกิดจากการเรียนรู้นอกห้องเรียนมาสะสมเป็นหน่วยกิตได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา แหล่งที่มาที่ยอมรับได้แก่

  • การเรียนพิเศษกับติวเตอร์เฉพาะทาง
  • การเรียนดนตรีหรือทักษะเฉพาะด้านจากสถาบันภายนอก
  • ผลสอบระดับนานาชาติ เช่น IELTS, TOEFL, IGCSE, International A Level, GED
  • ผลงานจากการแข่งขันหรือกิจกรรมต่างๆ

นักเรียนยังสามารถข้ามไปมาระหว่างหลักสูตรไทยและหลักสูตรต่างประเทศได้ตามเกณฑ์ที่หลักสูตรสถานศึกษากำหนด

Personalised Learning และ Credit Bank

ประโยชน์ของการเรียนรู้แบบ Personalised Learning และ Credit Bank ที่ EFL i-High School

เมื่อการเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงห้องเรียนเดียวหรือเส้นทางเดียว นักเรียนจะได้รับโอกาสในการพัฒนาศักยภาพตามจุดแข็ง ความสนใจ และเป้าหมายของตนเอง

1. ไม่ต้องเรียนซ้ำในสิ่งที่ทำได้แล้ว

EFL พิจารณาประวัติการศึกษา ผลการเรียน การเรียนกับติวเตอร์หรือสถาบันเฉพาะทาง การทำโครงงาน งานวิจัย การแข่งขัน การฝึกงาน การเรียนรู้นอกห้องเรียน และ Learning Evidence อื่น ๆ เพื่อทำความเข้าใจสิ่งที่ผู้เรียนมีอยู่ และวางแผนการเรียนที่เหมาะสมกับจุดเริ่มต้นของแต่ละคน

2. ผลสอบนานาชาตินับเป็นหน่วยกิตได้

ผลสอบ IELTS, TOEFL, International GCSE, International A Level และ GED นำมาสะสมเป็นหน่วยกิตในกลุ่มวิชาที่เกี่ยวข้องได้

3.. เปิดทางเลือกสู่หลักสูตรไทยและนานาชาติ

วางแผนเส้นทางการเรียนที่เชื่อมต่อกับเป้าหมายระดับโลกผ่านแนวทาง Global Thai ที่ผสมผสานหลักสูตรแกนกลางไทยกับการเตรียมความพร้อมสำหรับ International GCSE, International A Level, Pearson Edexcel, GED, IELTS และ Cambridge ตามเป้าหมายของผู้เรียน

4. เห็นพัฒนาการของผู้เรียนอย่างเป็นระบบ

ติดตามความก้าวหน้าจากความสามารถจริง ไม่ใช่เพียงผลคะแนน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนและผู้ปกครองเห็นพัฒนาการ จุดแข็ง และสิ่งที่ควรพัฒนาต่อ

5. สำเร็จการศึกษาเร็วขึ้น

มีโอกาสได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยก่อนจบ ม.6 เนื่องจากการบูรณาการหลักสูตรที่กระชับและตรงเป้าหมาย ช่วยให้นักเรียนบางคนได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยตั้งแต่ยังไม่จบมัธยมศึกษาปีที่ 6

6. เตรียมความพร้อมสู่อนาคตตั้งแต่ระดับมัธยม

ไม่ได้เรียนเพื่อผ่านระดับชั้น แต่เรียนเพื่อสร้างเส้นทางในอนาคต เพราะ EFL ช่วยให้นักเรียนเริ่มวางแผนเป้าหมายมหาวิทยาลัยและอาชีพตั้งแต่ช่วงมัธยม พร้อมพัฒนาทักษะ ความสามารถ และ Portfolio ที่สอดคล้องกับเส้นทางที่เลือก

Success Story ของการศึกษาทางเลือก

จากนักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย สู่เส้นทางรัฐศาสตร์ ธรรมศาสตร์ กับ “การศึกษาทางเลือกที่ผมออกแบบเอง” | น้องฟง

เรื่องราวความสำเร็จของนักเรียน EFL i-High SchoolSUCCESS STORY
“ผมเคยคิดว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ระหว่างความฝันในสระว่ายน้ำ กับโอกาสในการเข้ามหาวิทยาลัยระดับท็อป แต่ที่ EFL ทำให้ผมเห็นว่า เราสามารถมีทั้งสองอย่างได้”

เมื่อระบบการเรียนแบบเดิม ไม่ตอบโจทย์ชีวิตนักกีฬา

ก่อนจะค้นพบเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง น้องฟงเริ่มต้นจากการเรียนในระบบโรงเรียนสามัญทั่วไป พร้อมกับการเดินหน้าสู่ความฝันในฐานะ นักกีฬาว่ายน้ำเยาวชนทีมชาติไทย

แต่เมื่อการฝึกซ้อมต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ตารางเรียนแบบปกติที่มีโครงสร้างตายตัวกลับกลายเป็นข้อจำกัด ทำให้การบริหารเวลาเรียนควบคู่กับการฝึกซ้อมเป็นเรื่องที่ยากขึ้นเรื่อย ๆ

ฟงพยายามค้นหาทางเลือกใหม่ โดยเปลี่ยนไปเรียนในระบบการศึกษานานาชาติ (IGCSE & International A Level) แต่ด้วยรูปแบบการเรียนที่ยังมีกรอบและกำหนดการค่อนข้างชัดเจน ทำให้ยังไม่สามารถตอบโจทย์วิถีชีวิตของนักกีฬาที่ต้องเดินทางและฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่องได้อย่างเต็มที่

จุดเปลี่ยน เมื่อเห็นรุ่นน้องเลือกเส้นทางที่ใช่

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อฟงได้เห็นรุ่นน้องที่ได้รับคำแนะนำจาก EFL สามารถวางแผนการเรียนให้สอดคล้องกับเป้าหมายของตัวเอง พร้อมเดินหน้าสู่มหาวิทยาลัยชั้นนำได้สำเร็จ

ประสบการณ์นั้นทำให้ฟงเริ่มเปิดใจและเข้ามาปรึกษากับทีม EFL เพื่อค้นหาเส้นทางการเรียนมัธยมปลายที่เหมาะกับตัวเองมากที่สุด

Individualised Mattayom Plan (IMP): การเรียนที่ออกแบบให้เข้ากับชีวิตจริง

ที่ ศูนย์การเรียน EFL i-High School ฟงได้รับการวางแผนการเรียนรายบุคคลผ่าน Individualised Mattayom Plan (IMP) ที่ออกแบบโดยคำนึงถึงเป้าหมายด้านการศึกษาและเส้นทางนักกีฬาไปพร้อมกัน

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ ฟงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง “การเรียน” กับ “การฝึกซ้อม” อีกต่อไป

เปลี่ยนประสบการณ์จากการเป็นนักกีฬาให้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการเรียน

วินัยในการฝึกซ้อม ประสบการณ์การแข่งขัน และผลงานในระดับประเทศ สามารถนำมาพิจารณาผ่านระบบ Credit Bank เพื่อสนับสนุนเส้นทางการเรียนที่เหมาะสม

จัดตารางเรียนให้ยืดหยุ่นตามชีวิตจริง

ฟงสามารถบริหารเวลาเรียนควบคู่กับตารางฝึกซ้อมได้อย่างสมดุล โดยไม่ต้องละทิ้งทั้งความฝันด้านกีฬาและเป้าหมายด้านการศึกษา

ได้รับวุฒิมัธยมศึกษาที่ถูกต้อง พร้อมเตรียมตัวสู่มหาวิทยาลัย

นอกจากการเรียนตามแผนรายบุคคลแล้ว EFL ยังช่วยวางแผนการเตรียม Portfolio และเอกสารสมัครมหาวิทยาลัยอย่างเป็นระบบ

ความสำเร็จทั้งในสระว่ายน้ำและเส้นทางการศึกษา

วันนี้ น้องฟงพิสูจน์ให้เห็นว่า การศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนออกแบบเส้นทางของตัวเอง สามารถพาไปสู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้

ความสำเร็จของฟงคือ

  • ได้รับการตอบรับเข้าศึกษา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
  • ได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทย รวมถึง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมทุนการศึกษา
  • ยังคงเดินหน้าสู่ความฝันในฐานะ นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย ควบคู่ไปกับการเรียนในระดับมหาวิทยาลัย

เพราะเส้นทางการศึกษาที่ดี ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร

สำหรับฟง การศึกษาทางเลือกไม่ได้หมายถึงการลดเป้าหมาย แต่คือการค้นหารูปแบบการเรียนที่ช่วยให้เขาไปถึงเป้าหมายได้อย่างเหมาะสมกับตัวเอง

“ถ้าคุณมี Passion ที่ชัดเจน แต่ระบบการเรียนแบบเดิมไม่รองรับตารางชีวิต อย่าเพิ่งละทิ้งความฝัน เพราะที่ EFL - iHighschool มีเส้นทางการศึกษามัธยมที่คุณสามารถออกแบบเองได้จริง”

— น้องฟง
นักกีฬาว่ายน้ำทีมชาติไทย / นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

Future Pathway Assessment

อยากรู้ว่าเส้นทางการเรียนแบบไหนเหมาะกับลูกของท่านที่สุด

เริ่มต้นด้วย Future Pathway Assessment แบบตัวต่อตัวกับทีม EFL i-High School

FAQ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ EFL i-High School

1. EFL i-High School เหมาะกับนักเรียนแบบไหน?

EFL i-High School เหมาะสำหรับนักเรียนที่ต้องการรูปแบบการเรียนที่ยืดหยุ่นและออกแบบตามตัวเอง เช่น

  • นักเรียนที่มีความสามารถหรือความสนใจเฉพาะด้าน แต่ยังไม่มีโอกาสพัฒนาอย่างเต็มที่ในระบบการเรียนแบบเดิม
  • นักเรียนที่มีจังหวะการเรียนรู้แตกต่างจากโครงสร้างทั่วไป อาจเรียนรู้ได้เร็วกว่า หรือจำเป็นต้องใช้เวลาเพิ่มเติมในบางด้าน
  • นักเรียนที่มีทักษะและประสบการณ์จากนอกห้องเรียน เช่น ดนตรี กีฬา การทำโครงการ หรือกิจกรรมเฉพาะด้าน และต้องการนำความสามารถเหล่านั้นมาต่อยอดในการศึกษา
  • นักเรียนที่เริ่มขาดแรงจูงใจหรือความมั่นใจ เนื่องจากรูปแบบการเรียนปัจจุบันอาจไม่สอดคล้องกับศักยภาพและวิธีการเรียนรู้ของตนเอง
  • ครอบครัวที่ต้องการวางแผนเส้นทางการศึกษาให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายในอนาคต เช่น การศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยไทยหรือต่างประเทศ

EFL เริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า “ผู้เรียนอยู่ตรงไหนในวันนี้” ก่อนออกแบบเส้นทางที่เหมาะสมกับอนาคตของแต่ละคน

2. ศูนย์การเรียนมาตรา 12 คืออะไร และแตกต่างจากโรงเรียนมัธยมทั่วไปอย่างไร?

ศูนย์การเรียน มาตรา 12 ระดับมัธยมศึกษา คือ สถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ นักเรียนที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จากศูนย์การเรียน มาตรา 12 มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับ นักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมสามัญปกติทั่วไป

ความแตกต่างระหว่างศูนย์การเรียน มาตรา 12 กับ โรงเรียนมัธยมสามัญปกติทั่วไป คือ ศูนย์การเรียน EFL จัดรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นสมรรถนะของนักเรียนที่เกิดจริงตามมาตรฐานหลักสูตร โดยออกแบบแผนการเรียนให้ยืดหยุ่น (Flexible Education) และออกแบบให้เหมาะเฉพาะบุคคล (Individualised/Personalised) โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนสามารถนำสมรรถนะอันเกิดจากการเรียนรู้นอกห้องเรียนมาสะสมหน่วยกิตกับศูนย์การเรียน EFL ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา สามารถข้ามหลักสูตรไปมาระหว่างหลักสูตรไทยและหลักสูตรต่างประเทศได้ สามารถนำสมรรถนะสากล เช่น ผลสอบระดับนานาชาติ อาทิ IELTS, TOEFL, IGCSE, International A Level, AP, GED, SAT รวมถึงผลงานจากการแข่งขัน หรือ ผลงานจากกิจกรรมต่างๆ มาสะสมเป็นหน่วยกิตกับศูนย์การเรียน EFL ได้

การออกแบบหลักสูตรมีการบูรณาการหลายวิชาที่มีสมรรถนะซ้ำกันจัดการเรียนการสอนที่กระชับไม่ซ้ำซ้อนเพื่อเติมเต็มสมรรถนะที่ได้มาตรฐานตามที่หลักสูตรสถานศึกษาได้กำหนดไว้ เช่น การออกแบบการบูรณาการวิชา ภาษาไทย สังคม ประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม ร่วมกันในโครงการเดียวกันได้ ดังนั้น การจัดการศึกษาของศูนย์การเรียน EFL สามารถช่วยให้นักเรียนได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัย ก่อนที่จะจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้อีกด้วย

3. เรียนที่ EFL i-High School ได้วุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาหรือไม่?

EFL i-High School เป็นศูนย์การเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1–6 ที่จัดการศึกษาตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงศึกษาธิการ ผู้เรียนสามารถวางแผนการศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้เช่นเดียวกับนักเรียนจากเส้นทางการศึกษารูปแบบอื่น

4. หากไม่ได้เรียนมัธยมในระบบโรงเรียนทั่วไป ยังสามารถเข้ามหาวิทยาลัยได้หรือไม่?

ได้ หากผู้เรียนอยู่ในเส้นทางการศึกษาที่ได้รับการรับรองตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

EFL i-High School ออกแบบการเรียนระดับมัธยมให้ผู้เรียนสามารถวางแผนต่อยอดสู่มหาวิทยาลัยไทยและต่างประเทศ โดยพิจารณาจากผลลัพธ์การเรียนรู้ คุณสมบัติ และข้อกำหนดของสถาบันการศึกษาปลายทาง

นอกจากนี้ EFL ยังได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) สำหรับการสมัครเข้าศึกษาต่อผ่านระบบ TCAS และสามารถวางแผนเส้นทางการศึกษานานาชาติ เช่น UCAS ตามเป้าหมายของผู้เรียน

5. Personalised Learning ของ EFL i-High School แตกต่างจากการเรียนแบบปกติอย่างไร?

ที่ EFL i-High School เราไม่ได้เริ่มต้นจากคำถามว่า “นักเรียนต้องเรียนอะไรตามระดับชั้น” เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่า ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะอะไรอยู่แล้ว และต้องพัฒนาไปสู่เป้าหมายใดในอนาคต

แนวทางนี้เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถนำ สมรรถนะและการเรียนรู้จากหลากหลายรูปแบบ มาประกอบการวางแผนการศึกษา ไม่จำกัดเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นภายในห้องเรียน เช่น การเรียนกับติวเตอร์หรือสถาบันเฉพาะทาง การเรียนดนตรี กีฬา การทำกิจกรรม การแข่งขัน หรือประสบการณ์เฉพาะด้าน โดยสามารถนำมาพิจารณาเป็น Learning Evidence ตามเกณฑ์ของหลักสูตรสถานศึกษา

นอกจากนี้ EFL ยังสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ระหว่างหลักสูตรไทยและหลักสูตรนานาชาติ เพื่อให้เหมาะกับเป้าหมายของผู้เรียนแต่ละคน เช่น การนำผลสอบและคุณวุฒิระดับสากล ได้แก่ IELTS, TOEFL, IGCSE, International A Level, AP, GED หรือ SAT รวมถึงผลงานจากการแข่งขันและกิจกรรมต่าง ๆ มาประกอบการวางแผนเส้นทางการเรียนและการสะสมหน่วยกิตตามแนวทางที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้น Personalised Learning ของ EFL จึงไม่ได้หมายถึงเพียง “เลือกวิชาเรียนได้มากขึ้น” แต่คือการสร้างเส้นทางการศึกษาที่สะท้อน ตัวตน ความสามารถ และเป้าหมายของผู้เรียนแต่ละคน เพื่อให้การเรียนรู้ที่เกิดขึ้นสามารถเชื่อมต่อกับอนาคตได้อย่างมีความหมาย

6. ถ้าลูกเคยเรียนกับติวเตอร์ เรียนดนตรี กีฬา หรือมีประสบการณ์นอกห้องเรียน สามารถนำมาพิจารณาได้หรือไม่ในศูนย์การเรียน EFL i-High School?

ได้ ประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Credit Bank ที่ EFL i-High School ใช้พิจารณาโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการเรียนกับติวเตอร์เฉพาะทาง การเรียนดนตรี กีฬา หรือกิจกรรมอื่นที่ลูกทำอย่างต่อเนื่อง ทีมงานจะพิจารณา Learning Evidence จากประสบการณ์เหล่านั้น เทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของหลักสูตรสถานศึกษา และนำมาสะสมเป็นหน่วยกิตในกลุ่มวิชาที่เกี่ยวข้องได้ ขั้นตอนนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วง Future Pathway Assessment และ Review Existing Learning ที่ทีมงานจะสอบถามและเก็บข้อมูลประสบการณ์เดิมของนักเรียนโดยละเอียด เพื่อไม่ให้ลูกต้องเรียนซ้ำในสิ่งที่มีความสามารถอยู่แล้ว

7. นักเรียน EFL i-High School ต้องเรียนหลักสูตรไทยหรือหลักสูตรนานาชาติ?

EFL ใช้แนวทาง Global Thai Curriculum ที่เชื่อมโยงหลักสูตรแกนกลางของไทยกับการเตรียมความพร้อมสำหรับเส้นทางการศึกษานานาชาติ

นักเรียนไม่จำเป็นต้องเรียนหรือสอบทุกระบบ แต่สามารถเลือกแนวทางที่เหมาะกับเป้าหมาย เช่น

  • หลักสูตรไทย
  • International GCSE
  • International A Level
  • Pearson Edexcel
  • GED
  • IELTS
  • Cambridge

โดยวางแผนตามมหาวิทยาลัย ประเทศ และเป้าหมายในอนาคตของผู้เรียน

7. จบมัธยมไว เข้ามหาวิทยาลัยก่อนเพื่อนได้ไหม?

ได้ในบางกรณี ขึ้นอยู่กับ Learning Outcomes ที่ลูกทำได้จริงและเงื่อนไขของมหาวิทยาลัยปลายทาง การเรียนแบบ Personalised ที่เน้นสมรรถนะตามเกณฑ์มาตรฐานโดยไม่ผูกกับระยะเวลาตายตัวเปิดโอกาสให้เดินเร็วขึ้นได้ในบางกรณี

8. จะรู้ได้อย่างไรว่าศูนย์การเรียน EFL i-High School เหมาะกับลูกมากกว่าโรงเรียนแบบเดิม?

อาจเริ่มจากการดูว่าลูกกำลังมี Pain Point ใดอยู่ เช่น ไม่อยากไปโรงเรียน เบื่อห้องเรียนทั้งที่เรียนได้ดี เรียนเร็วหรือช้ากว่าจังหวะของระบบ ไม่มีเวลาพัฒนาความสามารถเฉพาะด้าน หรือเริ่มมองไม่เห็นว่าการเรียนปัจจุบันเชื่อมโยงกับอนาคตอย่างไร

EFL เริ่มต้นจากการประเมินพื้นฐานการเรียน จุดแข็ง สิ่งที่ต้องพัฒนา Learning Evidence ความสนใจ และเป้าหมายในอนาคต ก่อนออกแบบเส้นทางการเรียน ดังนั้นผู้ปกครองไม่จำเป็นต้องตัดสินใจจากคำว่า “โรงเรียนทางเลือก” เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า รูปแบบการเรียนแบบไหนเหมาะกับลูกคนนี้มากที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save