Blog

เคล็ดลับเลือกวิชา IGCSE และ A-Level ให้สอบติดคณะที่ใช่

เคยไหมครับ? นั่งจ้องรายชื่อวิชาของ IGCSE และ A-Level ที่มีเป็นสิบๆ แล้วเกิดคำถามในใจว่า “เราควรเลือกวิชาไหนดี?” ความกังวลนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย เพราะการตัดสินใจเลือกวิชาในระบบอังกฤษเปรียบเสมือนการวางหินก้อนแรกของตึกสูง ถ้าวางผิดตำแหน่ง ตึกที่ชื่อว่า “อนาคต” ก็อาจจะเอนเอียงได้

ที่ EFL Learning Centre เราเจอคำถามจากน้องๆ และผู้ปกครองเสมอเกี่ยวกับการตัดสินใจเลือก สอบ IGCSE วิชาไหนดี? A-Level ต้องสอบทุกวิชาไหม? หรือวิชาไหนที่จะช่วยให้เส้นทางสู่มหาวิทยาลัยราบรื่นที่สุด วันนี้พี่ๆ เลยสรุปกลยุทธ์การเลือกวิชาแบบ Step-by-Step มาให้แล้ว

คณะในฝันต้องใช้คะแนนวิชาไหนบ้าง?

ก่อนจะถามว่า IGCSE มีวิชาอะไรบ้าง? หรือ A-Level มีวิชาอะไรบ้าง? น้องๆ ต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่า “อยากเรียนคณะอะไร?” เพราะแต่ละคณะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน เช่น:

  • สายแพทยศาสตร์/วิทยาศาสตร์สุขภาพ: ส่วนใหญ่จะบังคับสอบ Biology และ Chemistry เป็นหลักครับ บางแห่งอาจต้องการ Physics หรือ Mathematics เพิ่มเติมเพื่อดูทักษะการคำนวณและการคิดเป็นระบบ
  • สายวิศวกรรมศาสตร์: หัวใจสำคัญคือ Physics และ Mathematics ครับ หลายคนอาจต้องเก็บ Further Maths เพิ่มหากต้องการเข้ามหาวิทยาลัยระดับท็อปของโลก เพื่อพิสูจน์ว่าเรามีศักยภาพด้านตัวเลขในระดับสูง
  • สายบริหารธุรกิจ/เศรษฐศาสตร์: มักจะต้องการ Mathematics เป็นพื้นฐาน และหากเลือกเรียน Economics หรือ Business คู่ไปด้วย จะช่วยให้เราเข้าใจเนื้อหาพื้นฐานก่อนเข้าเรียนจริงได้ดีมาก
  • สายศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม: คณะเหล่านี้อาจจะดูผลสอบ Art & Design หรือ Design and Technology ควบคู่ไปกับพอร์ตโฟลิโอครับ

การรู้เป้าหมายจะช่วยให้เราไม่หลงทางครับ น้องๆ ควรเข้าไปเช็ก Entry Requirements ของมหาวิทยาลัยที่อยากเข้าให้ละเอียด ทั้งในไทยและต่างประเทศ เพื่อดูว่าเขาระบุวิชาเฉพาะเจาะจงมาหรือไม่ และต้องได้เกรดขั้นต่ำเท่าไหร่ถึงจะมีสิทธิ์ยื่นใบสมัคร

IGCSE มีวิชาอะไรบ้าง และสอบกี่วิชา?

สำหรับน้องๆ ระดับมัธยมต้น คำถามยอดฮิตคือ IGCSE มีวิชาอะไรบ้าง? จริงๆ แล้วหลักสูตรนี้มีความหลากหลายสูงมาก โดยมีวิชาให้เลือกมากกว่า 70 วิชาครับ แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ เช่น กลุ่มภาษา (Languages), กลุ่มมนุษยศาสตร์ (Humanities), กลุ่มวิทยาศาสตร์ (Sciences), กลุ่มคณิตศาสตร์ (Mathematics) ไปจนถึงกลุ่มวิชาชีพอย่าง Global Perspectives หรือ Travel and Tourism ที่เน้นทักษะการคิดวิเคราะห์ในโลกยุคใหม่

แล้วในการสอบ IGCSE วิชาต่างๆ เราควรเลือกกี่วิชา? โดยทั่วไป IGCSE สอบกี่วิชานั้นจะขึ้นอยู่กับกฎของแต่ละโรงเรียนและแผนการเรียนของนักเรียนครับ แต่เกณฑ์ขั้นต่ำที่มหาวิทยาลัยในไทยมักเรียกดูเพื่อใช้ในการเทียบวุฒิคือ 5 วิชาขึ้นไป โดยต้องได้เกรดตามที่กำหนด (เช่น เกรด C ขึ้นไป)

อย่างไรก็ตาม น้องๆ ส่วนใหญ่มักจะเลือกสอบประมาณ 7-8 วิชาเพื่อความปลอดภัยครับ การสอบหลายวิชาช่วยให้เรามีทางเลือกมากขึ้น และเป็นการค้นหาตัวเองไปในตัวว่าเราถนัดวิชาสายไหนกันแน่ การรู้ว่า IGCSE สอบวิชาอะไรบ้าง และเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยให้เราจัดตารางอ่านหนังสือได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ต้องมาเร่งอ่านในช่วงใกล้สอบจนเกินไปครับ

A-Level มีวิชาอะไรบ้าง และสอบกี่วิชา?

เมื่อขยับขึ้นมาในระดับที่สูงขึ้น หลายคนสงสัยว่า A-Level มีวิชาอะไรบ้าง? วิชาในระดับนี้จะลดจำนวนลงแต่เพิ่มความเข้มข้นขึ้นแบบทวีคูณครับ เนื้อหาจะมีความลึกซึ้งและซับซ้อนมาก บางรายวิชามีเนื้อหาคาบเกี่ยวกับบทเรียนในปี 1 ของมหาวิทยาลัยเลยทีเดียว วิชาที่เปิดสอบมีตั้งแต่ Mathematics, Physics, Chemistry, Biology ไปจนถึงวิชาสายสังคมอย่าง Psychology, Sociology และ Law

ส่วนคำถามที่ว่า A-Level มีกี่วิชาที่ต้องเรียน? คำตอบคือส่วนใหญ่จะเลือกเพียง 3-4 วิชาเท่านั้นครับ สาเหตุที่เรียนน้อยวิชาลงก็เพื่อให้เราสามารถโฟกัสเนื้อหาที่ยากขึ้นได้เต็มที่ เพื่อทำเกรดให้ได้ A หรือ A+ ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานที่มหาวิทยาลัยชั้นนำต้องการ

สำหรับคนที่กังวลเรื่องการสอบ น้องๆ ไม่จำเป็นต้องกังวลว่า A-Level ต้องสอบทุกวิชาไหม เพราะในระบบนี้เราจะเลือกสอบเฉพาะวิชาที่เราเลือกเรียนและถนัดที่สุดเท่านั้นครับ คะแนนที่ได้จะสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านของเราจริงๆ หากน้องๆ ยังสงสัยว่า A-Level สอบวิชาอะไรบ้าง ให้ยึดตามวิชาหลักที่สัมพันธ์กับคณะที่อยากเข้าเป็นที่ตั้ง แล้วเลือกวิชาเสริมที่เราชอบอีก 1-2 วิชาเพื่อดึงคะแนนรวมให้สูงขึ้น ถ้ายังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากวิชาไหน หลายสถาบันมีคอร์ส A-Level ทุกวิชาให้เลือกเรียนได้เลย ซึ่งช่วยให้เห็นภาพรวมและวางแผนได้ง่ายขึ้นก่อนตัดสินใจจริงๆ

IGCSE เข้าคณะอะไรได้บ้าง?

ความยืดหยุ่นของระบบการสอบนี้ทำให้หลายคนสงสัยว่า IGCSE เข้าคณะอะไรได้บ้าง? คำตอบคือเกือบทุกคณะในภาคอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศครับ ในประเทศไทยนั้น มหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (CU), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU), หรือมหาวิทยาลัยมหิดล (MUIC) ต่างยอมรับผลสอบ IGCSE ในการพิจารณารับเข้าเรียนเบื้องต้น

โดยทั่วไปแล้ว คณะที่เปิดรับผล IGCSE มีดังนี้:

  • คณะบริหารธุรกิจและบัญชี (BBA): ใช้ผลสอบเพื่อยืนยันพื้นฐานด้านภาษาและคณิตศาสตร์
  • คณะเศรษฐศาสตร์ (EBA/BE): เน้นดูคะแนนวิชาคณิตศาสตร์เป็นพิเศษ
  • คณะนิเทศศาสตร์และศิลปศาสตร์: ยอมรับวิชาในกลุ่มมนุษยศาสตร์และภาษา
  • คณะวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์: ใช้ร่วมกับคะแนนสอบวัดระดับวิชาเฉพาะอื่นๆ

แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ IGCSE มักจะถูกใช้เป็นเกณฑ์ขั้นต่ำ หรือใช้ร่วมกับคะแนนสอบอื่นๆ เช่น SAT, IELTS หรือผลสอบ A-Level ครับ การได้เกรดดีๆ ในระดับ IGCSE เปรียบเสมือนใบเบิกทางชั้นดีที่ยืนยันว่าเรามีพื้นฐานวิชาการที่แน่นพอจะเรียนต่อในระดับที่สูงขึ้นได้ นอกจากนี้ บางคณะอาจจะพิจารณาวิชาเฉพาะใน IGCSE ด้วย เช่น คณะสายวิทยาศาสตร์อาจจะขอดูเกรดสอบ IGCSE วิชา Double Science หรือ Combined Science ของน้องๆ เป็นพิเศษครับ

คณะที่ใช้คะแนน A-Level มีอะไรบ้าง?

สำหรับด่านสุดท้ายก่อนเข้ามหาวิทยาลัย คณะที่ใช้คะแนน A-Level ครอบคลุมเกือบทุกสาขาวิชาในระบบการศึกษาแบบอังกฤษและหลักสูตรนานาชาติทั่วโลกครับ คะแนน A-Level ถือเป็นมาตรฐานสากลที่มหาวิทยาลัยใช้คัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนในคณะที่มีการแข่งขันสูง:

  1. คณะแพทยศาสตร์และทันตแพทยศาสตร์: นี่คือกลุ่มคณะที่ใช้คะแนน A-Level เป็นหลักในการคัดเลือก โดยเฉพาะวิชา Biology และ Chemistry ที่ต้องได้เกรดสูงระดับ A หรือ A+ เท่านั้น
  2. คณะวิศวกรรมศาสตร์: มหาวิทยาลัยจะพิจารณาคะแนนวิชา Physics และ Mathematics เป็นหลัก เพื่อวัดทักษะการคำนวณและความเข้าใจในกฎทางฟิสิกส์
  3. คณะกฎหมาย (Law): แม้จะไม่มีวิชาบังคับตายตัว แต่คณะนี้มักชอบนักเรียนที่สอบวิชา History, English Literature หรือ Psychology เพราะแสดงถึงทักษะการวิเคราะห์และการเขียนที่ดี
  4. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์: มักพิจารณาวิชา Art & Design ร่วมกับ Physics เพื่อดูทั้งด้านศิลป์และด้านโครงสร้างครับ
  5. คณะจิตวิทยา: เป็นคณะที่นิยมใช้คะแนนวิชา Biology และ Mathematics ควบคู่ไปกับ Psychology ครับ

การเตรียมตัวให้ตรงกับความต้องการของแต่ละคณะจะช่วยเพิ่มโอกาสสอบติดได้มากกว่า 80% เลยทีเดียวครับ

บทส่งท้าย

การเลือกวิชา IGCSE และ A-Level คือการวางกลยุทธ์ก้าวแรกครับ เราต้องบาลานซ์ระหว่าง “วิชาที่มหาลัยบังคับ” กับ “วิชาที่เราถนัด” ให้ลงตัวที่สุด ถ้าเราเลือกวิชาที่ใช่ เราจะมีไฟในการอ่านหนังสือ และถ้าวิชานั้นตรงกับคณะที่ชอบ อนาคตที่สดใสก็อยู่ไม่ไกลครับ แค่วางแผนให้ดี ฝึกโจทย์สม่ำเสมอ แล้วความสำเร็จจะเป็นของน้องๆ แน่นอน

สำหรับการเตรียมความพร้อมด้านภาษาและการศึกษาต่อ EFL Learning Centre พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์ที่จะพาคุณไปถึงจุดหมายครับ เราเป็นสถาบันสอนภาษาในเชียงใหม่ที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 9001 และมีหลักสูตร SEE TEFL จากอังกฤษที่การันตีคุณภาพระดับโลก เรามุ่งเน้นการสอนที่เข้าใจง่าย เป็นกันเองแต่เปี่ยมด้วยเนื้อหาที่เข้มข้น เพื่อให้นักเรียนสามารถอัปเกรดทักษะและคะแนนสอบได้อย่างมั่นใจ หากคุณกำลังคอร์สเรียนภาษาอังกฤษ EFL พร้อมสนับสนุนทุกย่างก้าวเพื่อความสำเร็จในคณะที่ใช่และอนาคตที่คุณเลือกเองครับ

โดย EFL Learning Centre

ศูนย์การเรียนรู้ EFL แบ่งปันคำแนะนำที่นำไปใช้ได้จริง อัปเดตข่าวสารของโรงเรียน และข้อมูลเชิงลึกด้านการเรียนภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียน ผู้ปกครอง และพันธมิตรด้านการศึกษา พร้อมสำรวจแนวทางที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการพัฒนาทักษะภาษา การเตรียมตัวสอบ เส้นทางการศึกษา และโอกาสในการเรียนอย่างมั่นใจ

แชร์

ข่าวสารอื่นๆ

ประชุมเตรียมจัด “มหกรรมศิลปหัตถกรรมนักเรียนนอกระบบเชียงใหม่ 2569”

7 กิจกรรมเรียนภาษาอังกฤษผ่านการเล่นช่วยเด็ก 4-8 ขวบจำเก่งแบบไม่ต้องท่อง

EFL 2 นำทัพผู้เชี่ยวชาญเปิดโลกการเรียนรู้ระดับโลกที่ Vienna และ New York, USA

แสดงความยินดีกับทิชเชอร์ และ ผู้บริหาร ของ EFL Learning Centre ทั้งหมด 10 ท่าน ที่ ได้รับรางวัลแห่งความสำเร็จ

มีคำถามเพิ่มเติมใช่หรือไม่?

ทีมของเราพร้อมให้คำแนะนำและช่วยคุณหาทางเลือกที่เหมาะสม